การสร้างบ้าน

คุณภาพที่ดีของการสร้างบ้าน ต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนี้

 

สร้างบ้าน

 

1. การออกแบบที่ดี
เนื่องจากการออกแบบเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างบ้าน ที่เป็นส่วนระบุถึงลักษณะทุกส่วนของบ้าน เช่น ขนาดของบ้าน โครงสร้างส่วนต่างๆ รวมไปถึงวัสดุที่นำมาใช้ด้วย เพราะฉะนั้นแบบบ้าน จึงเป็นส่วนที่ต้องยึดถือเอารายละเอียดอย่างชัดเจน ถ้าออกแบบไม่ดี หรือมีข้อมูลที่ผิดพลาด การสร้างบ้านก็จะเกิดปัญหา บ้านผิดรูป ผิดส่วน เกิดความเสียหายต่อตัวบ้าน และไม่สามารถทำการแก้ไขได้ในภายหลัง หรืออาจทำได้แต่ลำบากต่อการแก้ไข ดังนั้นจึงควรเลือกผู้ออกแบบบ้านที่ความเชี่ยวชาญ และมีมาตรฐานน่าเชื่อถือ

2. วัสดุอุปกรณ์

ควรเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์สำหรับการสร้างบ้านที่มีคุณภาพ มีความคงทน แข็งแรง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ไม่ต้องเสียเวลาซ่อมแซมบ่อยในภายหลัง และสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

3. วิธีในการก่อสร้าง
ขั้นตอนในการก่อสร้าง ถือเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่คุณไม่อาจมองข้าม เพราะหากแม้ผู้ออกแบบบ้าน จะทำการออกแบบดีเพียงใด หรือเลือกวัสดุในการสร้างบ้านดีเพียงใดก็ตาม หากขั้นตอนในการก่อสร้างไม่ถูกต้อง ก็สามารถสร้างความเสียหายให้แก่บ้านได้อย่างรุนแรง เช่น การผสมคอนกรีตไม่ได้ส่วน หรือการเชื่อมต่อโครงสร้างหลังคาที่ไม่แน่นหนา เป็นต้น สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อบ้านทั้งนั้น วิธีที่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดวิธีในการก่อสร้างที่ผิดพลาดได้นั้น ต้องอาศัยการดูแลควบคุมคนงานอย่างใกล้ชิด และเจ้าของบ้านควรทำการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการสร้างบ้านไว้บ้าง เพื่อสามารถปรึกษาพูดคุยกับช่างให้สร้างบ้านตามความต้องการได้อย่างถูกต้อง

4. ฝีมือช่าง
ช่างที่ดีในการสร้างบ้าน จะต้องมีความรู้ทั้งทางด้านเทคนิค และศิลปะควบคู่กันไปด้วย ต้องสร้างบ้านด้วยความประณีต สวยงาม และคงทน หากเกิดความผิดพลาด อาจทำให้บ้านไม่มีความสวยงามหรือไม่เป็นไปตามแบบที่ผู้ออกแบบไว้ ดังนั้นจึงต้องคัดเลือกช่างที่มีประสบการณ์สูง อาจดูจากผลงานหรือประวัติการทำงานที่ผ่านมา เพื่อเปรียบเทียบและเลือกใช้ช่างที่มีฝีมือเยี่ยม

วัสดุอุปกรณ์งานสร้างบ้าน

 

 

วัสดุอุปกรณ์งานสร้างบ้าน วัสดุอุปกรณ์สำหรับการสร้างบ้าน แบ่งออกเป็นหลากหลายประเภทให้เลือกใช้ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ง่าย ตามแหล่งซื้อขายวัสดุก่อสร้างทั่วไป วัสดุอุปกรณ์สำหรับการสร้างบ้านเหล่านี้ จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างบ้าน ผู้รับเหมาก่อสร้าง บริษัทรับสร้างบ้าน ร้านรับต่อเติมบ้าน บริษัทรับออกแบบบ้าน โดยมีรายการหลักดังนี้

- อุปกรณ์ก่อสร้างในกลุ่มงานโครงสร้าง เช่น เสาเข็ม คาน เสา
- วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในกลุ่มงานหลังคา เช่น โครงหลังคา กระเบื้องหลังคา
- วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในกลุ่มงานฝ้าเพดาน เช่น ฝ้าภายนอก ฝ้าภายใน
- วัสดุอุปกณ์ก่อสร้างในกลุ่มงานวงกบประตูหน้าต่าง เช่น วงกบไม้ วงกบประตู หน้าต่าง วงกบห้องน้ำ
- วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในกลุ่มบานประตูหน้าต่าง เช่น ประตูไม้ หน้าต่างไม้
- อุปกรณ์ก่อสร้างประตูหน้าต่างไม้ เช่น กุญแจ ลูกบิด กันชนแม่เหล็ก
- วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในกลุ่มงานพื้นผิว เช่น กระเบื้องเคลือบ ปูนขัดมัน
- วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในกลุ่มงานบันได เช่น ลูกนอนบันได ลูกตั้งบันได ราวบันได ลูกกรง
- วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในกลุ่มงานสี เช่น สีภายใน สีภายนอก
- วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในกลุ่มงานไฟฟ้า เช่น สายไฟฟ้า เต้าเสียบ
- วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในกลุ่มงานประปา เช่น ท่อประปา ท่อน้ำทิ้ง
- วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในกลุ่มงานสุขภัณฑ์ เช่น โถชักโครก

 

วัสดุก่อสร้างที่ดี

 

 การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างนั้น ไม่มีสูตรตายตัว หรือวัสดุชนิดใดใดจะดีสมบูรณ์แบบ ทำให้เราต้องมาปวดหัวกับการเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง ที่จะเหมาะสมกับบ้านของเรา นอกเหนือจากเรื่องที่กล่าวมาข้างต้น 4 อย่างแล้ว ทุกวันนี้ยังมีเรื่องอื่นให้เราพิจารณาอีกด้วย ในกระแสของวัฒนธรรมการพึ่งตนเองนั้น จะมีประเด็นสำคัญ ที่มาให้คำจำกัดความของวัสดุก่อสร้างที่ดีคือ
1. หาได้ง่ายหรือไม่
2. สามารถใช้งานได้ง่ายหรือไม่
3. วัสดุนั้นสามารถใช้งานได้สมประโยชน์หรือไม่

1.หาได้ง่าย มีอยู่ในพื้นที่อย่างเพียงพอ หาซื้อได้สะดวก มีขายตามร้านค้าวัสดุก่อสร้างในราคาที่เราสามารถหาซื้อได้ ไม่ขาดแคลน (ซึ่งจะเป็นวัสดุที่ผลิตในระบบอุตสาหกรรม ที่มีปริมาณการผลิต คราวละมากๆ เพื่อทำให้วัสดุนั้นมีต้นทุนที่ถูกลง และขนส่งได้ง่ายขึ้น เพื่อความสะดวกกระจายสินค้าออกสู่ตลาด)
2.ใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องมีกระบวนการมากมาย ยุ่งยาก ในการใช้งาน หรือไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการติดตั้ง
3. ใช้งานได้สมประโยชน์ คือการตอบสนองต่อการใช้งานอย่างได้ผล คุ้มค่า คุ้มราคา

แต่การผลิตเพื่อสนองตอบความต้องการดังกล่าว จะเป็นกระบวนการทางอุตสาหกรรม ที่ทันสมัย และมักก่อให้เกิดมลพิษและของเสียออกมาด้วย บ่อยครั้งตัววัสดุ ก็เป็นสิ่งอันตรายเสียเอง พวกวัสดุสังเคราะห์ส่วนใหญ่ มักจะปล่อยสารประกอบหรือก๊าซที่เป็นอันตรายสู่อากาศอย่างต่อเนื่องอย่างยาวนานหลังการติดตั้ง บ้านที่ปิดประตูหน้าต่างอย่างดีประกอบกับวัสดุที่ปล่อยสารพิษอันตรายออกมา ก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย นอกจากนั้นกระบวนการผลิต การขนส่ง และการใช้วัสดุหลายชนิดยังก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ และเป็นตัวทำลายสภาพแวดล้อมนอกอาคารไปด้วย ดังนั้น วัสดุก่อสร้างที่ก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อร่างกายทั้งภายในและภายนอกอาคาร ก็ไม่อาจกล่าวว่า เป็นวัสดุที่ดีได้ จึงมีข้อควรคำนึงถึงอีก 3 ข้อ ที่เราไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ได้ “โลกสีเขียว” กลับคืนมาในสภาวะ “โลกร้อน” ที่เราเผชิญอยู่ คือ

1. วัสดุที่ใช้ ส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกอาคารหรือไม่
ความซับซ้อนของกระบวนการผลิตสินค้าในระบบอุตสาหกรรม มักมีสาเหตุ หรือสร้างความเสียหาย ต่อระบบนิเวศของพื้นที่นั้นๆ เช่น กระบวนการตัดไม้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม หรือการระเบิดภูเขาหินเพื่อนำมาผลิตเป็นคอนกรีต ก็เป็นการสร้างมลภาวะกับสภาพแวดล้อมโดยตรง

2. สามารถนำเศษวัสดุที่เหลือกลับมาใช้ใหม่ได้หรือไม่
ลักษณะของวัสดุก่อสร้างในปัจจุบัน ในระบบการผลิตแบบอุตสาหกรรมคือ จะเป็นระบบพิกัดประสาน(โมดูล่า) หรือมีขนาดมาตรฐานใกล้เคียงกัน แต่การใช้งานจริงนั้น เราไม่ได้ใช้วัสดุนั้นเต็มตามขนาด แต่จะต้องมีการตัดซอย แบ่ง วัสดุต่างๆ ให้ได้ขนาดตามที่เราต้องการจะใช้งาน ดังนั้นเมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้นลง สถานที่ก่อสร้างนั้นจะเต็มไปด้วยกองขยะวัสดุก่อสร้างต่างๆ เช่นไม้อัด, ไม้แปรรูป, ฉนวนไฟเบอร์กลาส และวัสดุอื่นๆ ที่ถูกตัดออกมาจากวัสดุที่มีขนาดมาตรฐานเหล่านี้ กองขยะวัสดุเหล่านี้ ก็จะเป็นภาระในการขนย้าย หาที่ทิ้ง ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นสภาพที่ทำลายสภาพแวดล้อมธรรมชาติไปอีกนาน

3. วัสดุนั้นก่อให้เกิดขยะหรือไม่
จากข้อที่ 2 จึงเกิดคำถามตามมาเป็นข้อที่ 3 ถ้านึกภาพไม่ออก เราลองไปเปรียบเทียบกับของชิ้นเล็กๆดู เช่น แบตเตอรี่มือถือ ก้อนเล็กๆ แต่มีปริมาณการใช้ที่มหาศาล การนำไปทิ้งทำลายกำลังเป็นปัญหาใหญ่ พวกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (ใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย) เช่น CPU หรือจอmonitor (ที่ตกรุ่นกันเร็วมาก) ก็กลายเป็นขยะกองโตที่หาทางกำจัดได้ยาก แม้จะมีมูลค่าของมันอยู่ก็ตาม แล้วการก่อสร้างบ้านแต่ละหลัง จะก่อให้เกิดขยะได้กองเท่าใด

 

 

  

เทคนิคการเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่ดี

 

 

เทคนิคในการเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่ดีและคุ้มค่ากับเงินที่คุณต้องจ่ายไป อันดับแรกควรพิจารณาถึงผลงานในการรับสร้างบ้าน ของบริษัทรับสร้างบ้าน หรือบริษัทรับต่อเติมบ้าน รับออกแบบบ้าน รับตกแต่งบ้าน ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการสร้างบ้านมาไม่ต่ำกว่า 50 หลัง อีกทั้งการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างบ้านที่มีมาตรฐาน มีการรับรองคุณภาพ อายุการใช้งานยาวนาน มีตัวอย่างจริงให้ดูเพื่อตัดสินใจ พิจารณาถึงการบริหารจัดการบุคลากรของบริษัทรับสร้างบ้าน และจำนวนคนงานต่อการ สร้างบ้านธรรมดา สร้างบ้านไม้ สร้างบ้านชั้นเดียว สร้างบ้านสองชั้น การปลูกบ้านทั่วไป การสร้างโครงการบ้าน รวมไปถึงการสร้างบ้านและสวน และบ้านมือสองด้วย จากนั้นคำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปทั้งหมดในการสร้างบ้าน ที่แต่ละบริษัทรับสร้างบ้านเสนอ อย่าเลือกที่ราคาถูกเพียงเท่านั้น ในการสร้างบ้าน แต่ควรคำนึงถึงผลลัพธ์ของบ้านที่จะได้ ส่วนเอกสารสัญญาในการรับสร้างบ้านของบริษัทรับสร้างบ้านนั้นจะต้องมีเนื้อความที่ไม่เอาเปรียบ ควรเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายภายหลังจากที่งานเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการรับประกันว่าบริษัทรับสร้างบ้านนั้นจะไม่ทิ้งงานก่อนแล้วเสร็จ

 

 

  

 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.